ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2560 บนขุนเขาของอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เสียงเพลงจากยุค 90’s ได้หวนกลับมาอีกครั้ง ดังก้องอยู่ท่ามกลางสายหมอกและลมหนาวของปลายปี ในงาน “ The Legend Music Festival 2017” เทศกาลดนตรีที่ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ต แต่คือการ รื้อฟื้นความทรงจำร่วมของคนทั้งรุ่น ที่เติบโตมาพร้อมบทเพลงแห่งยุคทองของดนตรีไทย
ตั้งแต่บ่ายคล้อยจนถึงค่ำคืน เหล่าผู้ชมจากทั่วสารทิศต่างทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่บนลานเขาที่ Bliss by Khaokor Highland สถานที่ที่ชื่อว่า สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย มีภูเขาสูงต่ำสลับซับซ้อนเรียงราย สวยงาม พร้อมทุ่งกังหันลม โอบล้อมด้วยธรรมชาติและขุนเขา สถานที่ตั้งอยู่บนเนินเขาลดหลั่นต่างระดับ ไม่บดบังทิวทัศน์ที่สวยงาม กับทัศนียภาพวิวทิวทัศน์ 360 องศา ด้วยอุณหภูมิเย็นสบายตลอดทั้งปี งานที่แฟนเพลงหลายคนรอคอยในรอบ 2 ทศวรรษ ครั้งแรกในการรวมตัวกันของเหล่าตำนานที่ยังมีลมหายใจ เพื่อสร้างหน้าประวัติศาสตร์ทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง เพลงยุค 90’s ที่เคยเปิดจากวิทยุเทปหรือแผ่นซีดี ได้กลับมาดังก้องอีกครั้งในเวอร์ชันสดที่เต็มไปด้วยพลัง
เวทีเริ่มต้นด้วยศิลปินรุ่นใหม่จาก The Voice Thailand ที่ถ่ายทอดเพลงอมตะของคนรุ่นก่อนอย่างสดใส ก่อนที่ “โจ–จอห์น นูโว” จะขึ้นมาจุดประกายความสุขครั้งแรกของค่ำคืนด้วยเพลงโจ๊ะๆ ที่ทำให้แฟนเพลงแทบทุกวัยลุกขึ้นเต้น แม้สายฝนจะโปรยลงมาเบาๆ แต่กลับเพิ่มเสน่ห์ให้ค่ำคืนนี้อบอวลไปด้วยความโรแมนติก
จากนั้น ร็อคมาดเข้ม “บิลลี่ โอแกน” ปรากฏตัวพร้อมมาบิ้วท์อารมณ์ในช่วงค่ำ ด้วยรอยยิ้มและเสียงทักทายอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนส่งต่อเวทีให้ “ป้าง นครินทร์” ที่เรียกเสียงร้องจากผู้ชมทั้งลานกับ “ทำอะไรสักอย่าง” และ “คนมีเสน่ห์”กับบรรยากาศที่สนุกกันเต็มที่
แต่สิ่งที่ทำให้ค่ำคืนนี้อบอุ่นกว่าที่คิด คือช่วงเวลาระหว่างการเปลี่ยนศิลปิน ที่ไม่ได้ปล่อยให้ผู้ชมต้องรออย่างเงียบงัน หากแต่ถูกเติมเต็มด้วยเสียงเล่าที่ทุกคนคุ้นหู “มาโนช พุฒตาล” ดีเจและคอลัมนิสต์ในตำนาน ผู้เคยอยู่ในยุคเฟื่องฟูของวงการเพลงไทย เสียงของมาโนชดังขึ้นท่ามกลางหมอกบาง เขาไม่ได้เพียงเป็นพิธีกร หากแต่เป็น “นักเดินทางแห่งเสียงเพลง” ที่พาคนฟังย้อนเวลากลับไปยังวันเก่าที่เทปคาสเซ็ตคือขุมทรัพย์ เพลงร็อคไทยกำลังเติบโต และวงการดนตรีเต็มไปด้วยพลังแห่งความฝัน“ยุค 90’s คือช่วงเวลาที่ศิลปินยังเขียนเพลงจากชีวิตจริง ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีอัลกอริทึม มีเพียงหัวใจกับกีตาร์หนึ่งตัว” ทุกคำเล่าเต็มไปด้วยเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของยุคนั้น วันที่เทปขายดีทะลุหลักล้านตลับจนต้องต่อคิวหน้าร้าน, วันที่รายการเพลงวิทยุคือพื้นที่เปิดตัวศิลปินใหม่, วันที่ดนตรีไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่คือ “ทางเดินของชีวิต”
ผู้ชมหลายคนยิ้ม บางคนหลับตาซึม บางคนกุมมือคนข้างๆ แล้วพูดว่า “จำได้ไหม ตอนนั้นเรายังเรียนอยู่เลย...” เสียงเพลงและเสียงเล่าของมาโนช ทำให้ทั้งลานคอนเสิร์ตกลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำร่วม ที่ทุกคนไม่เพียงฟัง แต่ รู้สึก ไปพร้อมกัน
ต่อจากนั้น ร็อคเกอร์หญิงหนึ่งเดียวของงาน “ใหม่ เจริญปุระ” ก็ขึ้นเวทีพร้อม ควักหัวใจ ให้ สุดฤทธิ์สุดเดช กับโชว์สนุกๆ พร้อมแดนเซอร์ ที่เต้นกันแบบจัดเต็ม ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ทั้งลาน ก่อนจะส่งต่อให้ “พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” กับพลังเสียงและลีลาร็อคสุดเข้มข้นกับเพลงโปรดหลายคนทั้งฟั่นเฟือน ตัวสำรอง ใจนักเลง ตามด้วยบรรยากาศที่เวทีที่ลุกเป็นไฟเมื่อ “อำพล ลำพูน” ปรากฏตัวบนเวที กับโชว์ที่คนดูได้ใกล้ชิดแบบสุดๆ กันเลยทีเดียว ทุกเพลงที่เขาร้องคือความทรงจำที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็วสมราคา ร็อคมือขวา ก่อนที่ “โป่ง หินเหล็กไฟ” และ “ดิโอฬาร” จะขึ้นมาในบทเพลงอมตะ “อย่าหยุดยั้ง”ที่เสียงร้องตามของเอฟซีดังกระหึ่มทั่วลานคอนเสริต์ ปิดท้ายด้วย “เสก โลโซ” ที่มาพร้อมกับโชว์สุดมันส์ตั้งแต่ต้นจนจบ สร้างความประทับใจให้กับคนดูชนิดที่เรียกได้ว่า ขนเอาความมันส์กลับบ้านกันแบบสุดคุ้มเลยทีเดียว
ตลอดค่ำคืนนั้น แสงไฟบนเวทีสะท้อนกับหมอกเหนือเขา กลายเป็นภาพงดงามที่ตรึงใจ บางคนร้องไห้ บางคนหัวเราะ บางคนเพียงเงียบฟัง... เหมือนพยายามซึมซับทุกวินาทีเก็บไว้ในใจ และแม้เสียงสุดท้ายของกีตาร์จะจางหายไป แต่ “วันวานที่หายไป” ก็ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านผู้คนที่ยังไม่ลืม ผ่านศิลปินที่ยังร้องได้จากหัวใจ และผ่านดีเจผู้รู้ซึ้งในคุณค่าของดนตรีอย่างมาโนช พุฒตาล
“ดนตรีไม่เคยหายไปจากชีวิตเราเลย แค่บางครั้ง...เราต้องฟังให้ลึกลงไปถึงหัวใจ”เสียงจากดีเจในตำนาน ปิดฉากค่ำคืนด้วยความเงียบที่เต็มไปด้วยความหมาย
The Legend Music Festival จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลดนตรี แต่คือ “การเดินทางของเวลา” ที่พาเราย้อนกลับไปหาความสุขเรียบง่ายในยุคที่เพลงยังพูดแทนใจได้ทุกคำ และแม้วันวานจะผ่านไป แต่ค่ำคืนนั้น...จะยังอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่ได้ฟังเสียงดนตรีใต้สายหมอกเขาค้อในค่ำคืนอันพิเศษและอยู่ในความทรงจำตลอดไป เชื่อเหลือเกินสำหรับแฟนเพลงยุค 90 ที่ผ่านช่วงและวันเวลานั้นมาจะยังรอคอยให้ The Legend Music Festival กลับมาเติมเต็มวันวานที่หายไปอีกครั้ง
วิริทธิ์พล หิรัญรัตน์/เล่าสู่กันฟัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น