13 พฤศจิกายน 2568

“วันวานที่หายไป The Legend Music Festival 2017” ตำนานที่ยังรอการกลับมา

 

ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2560  บนขุนเขาของอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เสียงเพลงจากยุค 90’s ได้หวนกลับมาอีกครั้ง ดังก้องอยู่ท่ามกลางสายหมอกและลมหนาวของปลายปี ในงาน The Legend Music Festival 2017 เทศกาลดนตรีที่ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ต แต่คือการ รื้อฟื้นความทรงจำร่วมของคนทั้งรุ่น ที่เติบโตมาพร้อมบทเพลงแห่งยุคทองของดนตรีไทย

ตั้งแต่บ่ายคล้อยจนถึงค่ำคืน เหล่าผู้ชมจากทั่วสารทิศต่างทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่บนลานเขาที่ Bliss by Khaokor Highland สถานที่ที่ชื่อว่า สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย มีภูเขาสูงต่ำสลับซับซ้อนเรียงราย สวยงาม พร้อมทุ่งกังหันลม โอบล้อมด้วยธรรมชาติและขุนเขา สถานที่ตั้งอยู่บนเนินเขาลดหลั่นต่างระดับ ไม่บดบังทิวทัศน์ที่สวยงาม กับทัศนียภาพวิวทิวทัศน์ 360 องศา ด้วยอุณหภูมิเย็นสบายตลอดทั้งปี งานที่แฟนเพลงหลายคนรอคอยในรอบ 2 ทศวรรษ ครั้งแรกในการรวมตัวกันของเหล่าตำนานที่ยังมีลมหายใจ เพื่อสร้างหน้าประวัติศาสตร์ทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง เพลงยุค 90’s ที่เคยเปิดจากวิทยุเทปหรือแผ่นซีดี ได้กลับมาดังก้องอีกครั้งในเวอร์ชันสดที่เต็มไปด้วยพลัง


เวทีเริ่มต้นด้วยศิลปินรุ่นใหม่จาก The Voice Thailand ที่ถ่ายทอดเพลงอมตะของคนรุ่นก่อนอย่างสดใส ก่อนที่ “โจ–จอห์น นูโว” จะขึ้นมาจุดประกายความสุขครั้งแรกของค่ำคืนด้วยเพลงโจ๊ะๆ ที่ทำให้แฟนเพลงแทบทุกวัยลุกขึ้นเต้น แม้สายฝนจะโปรยลงมาเบาๆ แต่กลับเพิ่มเสน่ห์ให้ค่ำคืนนี้อบอวลไปด้วยความโรแมนติก

จากนั้น ร็อคมาดเข้ม “บิลลี่ โอแกน” ปรากฏตัวพร้อมมาบิ้วท์อารมณ์ในช่วงค่ำ ด้วยรอยยิ้มและเสียงทักทายอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนส่งต่อเวทีให้ “ป้าง นครินทร์” ที่เรียกเสียงร้องจากผู้ชมทั้งลานกับ “ทำอะไรสักอย่าง” และ “คนมีเสน่ห์”กับบรรยากาศที่สนุกกันเต็มที่


แต่สิ่งที่ทำให้ค่ำคืนนี้อบอุ่นกว่าที่คิด คือช่วงเวลาระหว่างการเปลี่ยนศิลปิน ที่ไม่ได้ปล่อยให้ผู้ชมต้องรออย่างเงียบงัน หากแต่ถูกเติมเต็มด้วยเสียงเล่าที่ทุกคนคุ้นหู “มาโนช พุฒตาล” ดีเจและคอลัมนิสต์ในตำนาน ผู้เคยอยู่ในยุคเฟื่องฟูของวงการเพลงไทย เสียงของมาโนชดังขึ้นท่ามกลางหมอกบาง เขาไม่ได้เพียงเป็นพิธีกร หากแต่เป็น “นักเดินทางแห่งเสียงเพลง” ที่พาคนฟังย้อนเวลากลับไปยังวันเก่าที่เทปคาสเซ็ตคือขุมทรัพย์ เพลงร็อคไทยกำลังเติบโต และวงการดนตรีเต็มไปด้วยพลังแห่งความฝัน“ยุค 90’s คือช่วงเวลาที่ศิลปินยังเขียนเพลงจากชีวิตจริง ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีอัลกอริทึม มีเพียงหัวใจกับกีตาร์หนึ่งตัว” ทุกคำเล่าเต็มไปด้วยเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของยุคนั้น วันที่เทปขายดีทะลุหลักล้านตลับจนต้องต่อคิวหน้าร้าน, วันที่รายการเพลงวิทยุคือพื้นที่เปิดตัวศิลปินใหม่, วันที่ดนตรีไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่คือ “ทางเดินของชีวิต”


ผู้ชมหลายคนยิ้ม บางคนหลับตาซึม บางคนกุมมือคนข้างๆ แล้วพูดว่า “จำได้ไหม ตอนนั้นเรายังเรียนอยู่เลย...” เสียงเพลงและเสียงเล่าของมาโนช ทำให้ทั้งลานคอนเสิร์ตกลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำร่วม ที่ทุกคนไม่เพียงฟัง แต่ รู้สึก ไปพร้อมกัน

ต่อจากนั้น ร็อคเกอร์หญิงหนึ่งเดียวของงาน “ใหม่ เจริญปุระ” ก็ขึ้นเวทีพร้อม ควักหัวใจ ให้ สุดฤทธิ์สุดเดช กับโชว์สนุกๆ พร้อมแดนเซอร์ ที่เต้นกันแบบจัดเต็ม ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ทั้งลาน ก่อนจะส่งต่อให้ “พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” กับพลังเสียงและลีลาร็อคสุดเข้มข้นกับเพลงโปรดหลายคนทั้งฟั่นเฟือน ตัวสำรอง ใจนักเลง ตามด้วยบรรยากาศที่เวทีที่ลุกเป็นไฟเมื่อ “อำพล ลำพูน” ปรากฏตัวบนเวที กับโชว์ที่คนดูได้ใกล้ชิดแบบสุดๆ กันเลยทีเดียว ทุกเพลงที่เขาร้องคือความทรงจำที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็วสมราคา ร็อคมือขวา ก่อนที่ “โป่ง หินเหล็กไฟ” และ “ดิโอฬาร” จะขึ้นมาในบทเพลงอมตะ “อย่าหยุดยั้ง”ที่เสียงร้องตามของเอฟซีดังกระหึ่มทั่วลานคอนเสริต์ ปิดท้ายด้วย “เสก โลโซ” ที่มาพร้อมกับโชว์สุดมันส์ตั้งแต่ต้นจนจบ สร้างความประทับใจให้กับคนดูชนิดที่เรียกได้ว่า ขนเอาความมันส์กลับบ้านกันแบบสุดคุ้มเลยทีเดียว



ตลอดค่ำคืนนั้น แสงไฟบนเวทีสะท้อนกับหมอกเหนือเขา กลายเป็นภาพงดงามที่ตรึงใจ บางคนร้องไห้ บางคนหัวเราะ บางคนเพียงเงียบฟัง... เหมือนพยายามซึมซับทุกวินาทีเก็บไว้ในใจ และแม้เสียงสุดท้ายของกีตาร์จะจางหายไป แต่ “วันวานที่หายไป” ก็ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านผู้คนที่ยังไม่ลืม ผ่านศิลปินที่ยังร้องได้จากหัวใจ และผ่านดีเจผู้รู้ซึ้งในคุณค่าของดนตรีอย่างมาโนช พุฒตาล

ดนตรีไม่เคยหายไปจากชีวิตเราเลย แค่บางครั้ง...เราต้องฟังให้ลึกลงไปถึงหัวใจ”
เสียงจากดีเจในตำนาน ปิดฉากค่ำคืนด้วยความเงียบที่เต็มไปด้วยความหมาย

The Legend Music Festival จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลดนตรี แต่คือ “การเดินทางของเวลา” ที่พาเราย้อนกลับไปหาความสุขเรียบง่ายในยุคที่เพลงยังพูดแทนใจได้ทุกคำ และแม้วันวานจะผ่านไป แต่ค่ำคืนนั้น...จะยังอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่ได้ฟังเสียงดนตรีใต้สายหมอกเขาค้อในค่ำคืนอันพิเศษและอยู่ในความทรงจำตลอดไป เชื่อเหลือเกินสำหรับแฟนเพลงยุค 90 ที่ผ่านช่วงและวันเวลานั้นมาจะยังรอคอยให้ The Legend Music Festival กลับมาเติมเต็มวันวานที่หายไปอีกครั้ง

วิริทธิ์พล หิรัญรัตน์/เล่าสู่กันฟัง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ข่าวเด่น

ถอดรหัส “วัดเคยร้าง” กลางเมืองเพชรบูรณ์ เปิดตำนานวัดพระแก้ว–เจดีย์เอียง กับปริศนาที่สืบทอดมากว่าหลายศตวรรษ

ท่ามกลางใจกลางเมืองเพชรบูรณ์ ที่วันนี้รายล้อมด้วยถนน อาคาร และชุมชนหนาแน่น ยังมีร่องรอยของอดีตที่เงียบงันซ่อนตัวอยู่—โบราณสถานวัดพระแก้วและส...