ท่ามกลางใจกลางเมืองเพชรบูรณ์ ที่วันนี้รายล้อมด้วยถนน อาคาร และชุมชนหนาแน่น ยังมีร่องรอยของอดีตที่เงียบงันซ่อนตัวอยู่—โบราณสถานวัดพระแก้วและสถูปเจดีย์เอียง ซึ่งถูกกล่าวถึงในตำนานท้องถิ่นมายาวนาน แต่กลับเลือนหายไปจากความรับรู้ของคนร่วมสมัย
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ลานวัดพระแก้วหน้าสถูปเจดีย์เอียง กลายเป็นพื้นที่เปิดทางวิชาการ ผ่านเวทีเสวนาหัวข้อ “ความเป็นมาและการปลุกตำนานวัดเคยร้าง” เพื่อถอดรหัสประวัติศาสตร์เมืองเพชรบูรณ์ที่ถูกปกคลุมด้วยเรื่องเล่า ความเชื่อ และข้อสงสัยมานานกว่าหลายศตวรรษ
เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน นักวิชาการ และประชาชนจำนวนมาก โดยมี ดร.วิศัลย์ โฆษิตตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการเสวนา มี นายไชยยงค์ ไชยปัน อดีตผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ร่วมกับนักโบราณคดีจากกรมศิลปากร ขณะที่ ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ให้การต้อนรับและสนับสนุนรถนำชมพื้นที่โบราณสถานโดยรอบ
ดร.วิศัลย์ โฆษิตตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า พื้นที่เมืองเพชรบูรณ์ในอดีตเคยมีวัดสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ วัดพระสิงห์เหนือ วัดพระเสือใต้ และวัดพระแก้ว โดยคำว่า“เหนือ–ใต้”ในความเข้าใจของคนโบราณ มิได้หมายถึงทิศทางภูมิศาสตร์ หากแต่หมายถึงตำแหน่ง “เหนือน้ำ–ใต้น้ำ” ตามสภาพภูมินิเวศในอดีต ทั้งสามวัดปรากฏชื่อเป็น “วัดร้าง” ในทะเบียนวัดปัจจุบัน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเมือง จากศูนย์กลางชุมชนโบราณ สู่พื้นที่เมืองสมัยใหม่ที่ทับซ้อนร่องรอยเดิมไว้ใต้ผืนดิน
ส่วนคลองที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำป่าสักกับคลองศาลาในปัจจุบันนั้น ไม่ใช่ลำน้ำดั้งเดิม หากเป็นคลองที่ขุดขึ้นใหม่ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อผันน้ำเข้าสู่เขตเมือง มีชื่อว่า “คลองวัดสิงห์แก้ว” ลักษณะเป็นแนวตรง แตกต่างจากลำน้ำธรรมชาติในอดีตอย่างชัดเจน
ด้านนักโบราณคดีจากกรมศิลปากรให้ข้อมูลว่า สถูปเจดีย์เอียง ที่คณะสื่อมวลชนและผู้ร่วมเสวนาได้ลงพื้นที่ศึกษานั้น สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง มีอายุราว 400–500 ปี และเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความเจริญของชุมชนโบราณในพื้นที่เมืองเพชรบูรณ์ หลักฐานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ซึ่งวันนี้ถูกมองว่าเป็นเพียงโบราณสถานรกร้าง แท้จริงแล้วเคยเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและชุมชนในอดีต
ดร.วิศัลย์ โฆษิตตานนท์ ระบุว่า เวทีเสวนาครั้งนี้ไม่ได้มุ่งตอบคำถามเชิงตำนานเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการเปิดพื้นที่ทางวิชาการ เพื่อนำข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีมาคลี่คลายความเข้าใจเกี่ยวกับรากเหง้าของเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาโบราณสถานวัดพระแก้วให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างคุณค่าทางสังคมในอนาคต
“การเรียนรู้อดีต คือการทำความเข้าใจว่าปัจจุบันเรายืนอยู่ตรงไหน และอนาคตควรเดินต่อไปอย่างไร”
คำกล่าวนี้อไม่เพียงเพื่อไขปริศนาอดีต แต่เพื่อวางตำแหน่งของเมืองเพชรบูรณ์ในหน้าประวัติศาสตร์บทต่อไป

































